เพลงพื้นเมืองของตรินิแดด คาลิปโซ ที่ไม่เหมือนใคร

การร้องเพลงและการละเล่นที่เรียกกันว่าเพลงคาลิปโซ่ เป็นรูปแบบของเพลงและการละเล่นที่เป็นที่รู้จักและชื่นชอบกันไปทั่วโลก แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าต้นกำเนิดของคาลิปโชซ่นั้นอบยู่ที่ประเทศเล็ก ๆ เป็นหมู่เกาะในแถบทะเลแคริเบียน คือประเทศ ตรินิแดด แต่ทว่าเมื่อใดที่คนได้ยินเพลงและการละเล่นในแบบคาลิปโซ่ ย่อมจะนึกถึงทะเลและชายหาดซึ่งนี่ก็เป็นการบอกเค้าของที่มาเพลงคาลิปโซ่ นับได้ว่าเป็นการละเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศตรินิแดด (ตรินิแดดและโตเบโก) ถ้าจะเปรียบการละเล่นเพลงให้เห็นภาพชัดเจนก็คงเปรียบได้กับเพลงลำตัดหรือเพลงฉ่อยบ้านเรา ที่มีการตอบโต้กันไปมาในเนื้อหาที่เอาชนะกันด้วยคารมไม่ต่างกัน ดังนั้นผู้ที่จะร้องเพลงได้จะต้องมีความชำนาญและมีคุณสมบัติ ความสามารถพิเศษที่แตกต่างและโดดเด่นกว่าคนทั่วไปทีเดียว เพลงคาลิปโซ่มีต้นกำเนิดตามหลักฐานที่พอประมวลได้ว่า ในช่วงปี ค.ศ. 1898 ในเทศกาลคานิวัลได้มีการร้องเพลงขึ้นเป็นเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเล่าประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งชาวอาฟริกันอพยพเข้ามายังดินแดนตรินิแดดแห่งนี้ เมื่อนำมาผสมผสานกันทางวัฒนธรรมนานเข้าก็จึงเกิดเป็นรูปแบบของเพลง สมัยก่อนนั้นมีนักร้องเพลงที่เป็นคนมีไหวพริบ การร้องจะเป็นการแต่งเนื้อเพลงสด ๆ และร้องโต้ตอบเชือดเฉือนกันไปมาระหว่างสองฝ่าย ในช่วงแรก ๆ นั้นนักร้องมันจะเป็นชาวสีผิวหรือชาวอาฟริกันที่อพยพมาอยู่ในตรินิแดดส่วนใหญ่ ความสามารถพิเศษของนักร้องคือ จะต้องเป็นคนรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ หูไวตาไวและมีอารมณ์ขัน ฉลาดมีไหวพริบที่ดี ในปัจจุบันนักร้องยังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องเป็นคนสีผิวในตรินิแดดเท่านั้น แต่มาจากคนทุกเชื้อสาย ทุกรูปแบบในตรินิแดด เพลงในยุคต่อ มาเป็นการร้องเพื่อเสียดสีสังคม กลุ่มชนชั้นและนักปกครองการเมือง เป็นการระบายสิ่งที่อัดอยู่ภายในต่อชนชั้นปกครองที่ไม่ยุติธรรม ทว่าปัจจุบันเนื้อหาของเพลงได้ถูกทำให้เป็นไปในด้านที่สวยงามและด้านดีมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนยังตรินิแดด ในปัจจุบันจะได้รับประสบการณ์และความประทับใจในเพลงคาลิปโซ่ กับเสียงเพลงที่มีชีวิตชีวาให้จังหวะด้วยกลองเหล็กที่เร้าใจ

Kevin Burke นักไวโอลินมือหนึ่งในประเทศไอร์แลนด์

การจะเป็นนักดนตรีที่ดีนอกจากเรื่องของความสามารถที่ใช้ในการบรรเลงดนตรีแล้วเรื่องของทัศนคติที่จะทำให้การเล่นดนตรีของตนเองประสบความสำเร็จก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว เราจะเห็นได้ว่านักดนตรีหลายคนเมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในระดับหนึ่งแต่ไม่สามารถควบคุมให้ตนเองเดินไปในทางที่ดีแล้วไม่นานคนก็จะค่อยๆ ลืมเลือนไปแต่ถ้าหากว่าสามารถทำให้ตนเองอยู่กับโลกแห่งดนตรีได้อย่างยาวนานตรงจุดนี้ถือว่าต้องยกเครดิตให้อย่างแท้จริงเหมือนกับที่ Kevin Burke ทำมาตลอดหลายสิบปี รู้จักกับ Kevin Burke Kevin Burke เป็นนักไวโอลินที่ถูกจัดอันดับให้อยู่ระดับต้นๆ ของประเทศไอร์แลนด์เลยก็ว่าได้ บางคนถึงกับขนานนามว่านี่คือนักไวโอลินชาวไอริชที่ดีที่สุดเลยก็มี Kevin Burke เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1950 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่พ่อกับแม่ของเขาเป็นคนไอร์แลนด์ เริ่มต้นการเป็นนักดนตรีตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ด้วยการศึกษาภายใต้การควบคุมของ Jessie Christopherson ก่อนที่จะได้รับการฝึกฝนเทคนิคการเล่นที่เรียกว่า virtuosic ซึ่งเป็นดนตรีสไตล์ Sligo ที่เป็นเมืองบ้านเกิดของพ่อแม่เขา ต่อมาเจ้าตัวก็ได้เดินทางไปยังไอร์แลนด์เพื่อเยี่ยมญาติก่อนที่จะเริ่มเล่นดนตรีแนวนี้ให้ทุกคนได้ฟัง พออายุได้ 13 ปี เขาก็รวมกลุ่มเล่นดนตรีไอริช ซึ่งจะเล่นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ร้านอาหารหรือสถานที่เต้นรำของคนไอริชในกรุงลอนดอน ก่อนที่จะได้พบกับนักแต่งเพลงชาวอเมริกันเมื่อปี 1972 จนทำให้มีการชักชวนเจ้าตัวไปเล่นเพลงให้ที่ลอส แองเจลิส ในปี 1976 เขาก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของวงดนตรีไอริชที่มีอิทธิพลมากที่สุดวงหนึ่งอย่าง The Bothy Band ถือได้ว่าเป็นวงดนตรีที่มีความน่าสนใจมากๆ นอกจากนี้เขายังได้มีโอกาสร่วมงานกับนักดนตรีเก่งๆ มากมายจนค่อยๆ เพิ่มพูนประสบการณ์มากขึ้นไปเรื่อยๆ จนทำให้เขามีโอกาสเป็นหนึ่งในผู้สร้างบทเพลงอันไพเราะมากมายไม่ว่าจะเป็นเพลงที่เขาออกผลงานมาแบบเดี่ยวๆ หรือการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในวงต่างๆ […]