รีวิวถ้ำน้ำแข็งคริสตัล Crystal Ice Cave

หากว่าคุณได้มีโอกาสไปเยือนถึงประเทศไอร์แลนด์ ประเทศที่น่าสนใจและมีความเป็นวาที่น่าเรียนรู้ประเทศเล็ก ๆ ของโลกประเทศหนึ่ง ประเทศไอร์แลนด์มีสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกและแตกต่างกับประเทศไทยของเรามาก เนื่องจากที่ตั้งของภูมิประเทศของไอร์แลนด์ คือเกาะไอร์แลนด์อยู่ชายฝั่งทะเลของมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ดังนั้นสภาพโดยรวมของไอร์แลนด์จึงเป็นแบบกึ่งอาร์คติกและภาคพื้นสมุทร แค่ฟังก็น่าตื่นเต้นแล้ว สถานที่ที่คุณไม่ควรพลาดที่จะไป เพราะเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับว่าเป็นถ้ำน้ำแข็งที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่นี่คือ ถ้ำน้ำแข็งคริสตัล Crystal Ice Cave สถานที่สุดอลังการและเต็มไปด้วยอัญมณีใสจากการรวมตัวกันของผลิกน้ำแข็งแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองสตัฟทาเฟล (Skaftafell) เป็นถ้ำที่เกิดจากธารน้ำแข็งสวีน่า เฟลล์โจกุลในทะเลสาปที่ถูกแช่แข็งด้วยอุณหภูมิติดลบ ทั่วทั้งถ้ำสวยด้วยสีฟ้าสดไม่ต่างอะไรกับภาพวาดในเมืองมายาเทพนิยาย เริ่มจากต้องขับรถฝ่าหิมะเข้าไปสู่เขตที่ตั้งของถ้ำน้ำแข็ง และเลจอดรถเดินฝ่าอากาศหนาว ๆ เพื่อจะเข้าไปสู่ตัวถ้ำ ให้บรรยากาศและจินตนาการคล้ายติดอยู่ในขั้วโลกเหนือหรือแปลงร่างเป็นชาวเอสกิโมชั่วคราว หน้าปากถ้ำน้ำแข็งคริสตัล Crystal Ice Cave จะมีปล่องน้ำแข็งที่มีความสูง 22 ฟุต โดยรูปร่างของน้ำแข็งจะเปลี่ยนไปไม่แน่นอนตามอุณหภูมิของอากาศบริเวณนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะจะไปเยือน ถ้ำน้ำแข็งคริสตัล Crystal Ice Cave แห่งประเทศไอร์แลนด์คือช่วงฤดูหนาว เพราะภายในถ้ำถือว่าเป็นบริเวณที่ไม่ปลอดภัย อาจมีการเสื่อมตัวของธารน้ำแข็งตรงจุดใดจุดหนึ่งได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นฤดูหนาว บริเวณต่าง ๆ จะแข็งแรงมั่นคงกว่า ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่านั่นเอง ฤดูหนาวของไอร์แลนด์จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนเมษายน ความสวยงามภายในถ้ำคริสตัลเมื่อได้เข้าไปเยือน อาจจะทำใหลายคนถึงกับจินตนาการไปว่ากำลังเป็นตุ๊กตาที่ติดอยู่ในผลึกแก้วหิมะของเล่น มีความสวยและใสแถมยังรู้สึกหนาวเย็นอย่างมากด้วย ใครที่ขี้หนาวคงจะต้องชั่งใจในการมาชมกันแล้ว การเตรียมตัวมายังถ้ำน้ำแข็งคริสตัล Crystal Ice Cave สิ่งสำคัญคือเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นอย่างดี หากเป็นไปได้ควรเตรียมเสื้อหนาวหนา […]

เพลงพื้นเมืองของตรินิแดด คาลิปโซ ที่ไม่เหมือนใคร

การร้องเพลงและการละเล่นที่เรียกกันว่าเพลงคาลิปโซ่ เป็นรูปแบบของเพลงและการละเล่นที่เป็นที่รู้จักและชื่นชอบกันไปทั่วโลก แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าต้นกำเนิดของคาลิปโชซ่นั้นอบยู่ที่ประเทศเล็ก ๆ เป็นหมู่เกาะในแถบทะเลแคริเบียน คือประเทศ ตรินิแดด แต่ทว่าเมื่อใดที่คนได้ยินเพลงและการละเล่นในแบบคาลิปโซ่ ย่อมจะนึกถึงทะเลและชายหาดซึ่งนี่ก็เป็นการบอกเค้าของที่มาเพลงคาลิปโซ่ นับได้ว่าเป็นการละเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศตรินิแดด (ตรินิแดดและโตเบโก) ถ้าจะเปรียบการละเล่นเพลงให้เห็นภาพชัดเจนก็คงเปรียบได้กับเพลงลำตัดหรือเพลงฉ่อยบ้านเรา ที่มีการตอบโต้กันไปมาในเนื้อหาที่เอาชนะกันด้วยคารมไม่ต่างกัน ดังนั้นผู้ที่จะร้องเพลงได้จะต้องมีความชำนาญและมีคุณสมบัติ ความสามารถพิเศษที่แตกต่างและโดดเด่นกว่าคนทั่วไปทีเดียว เพลงคาลิปโซ่มีต้นกำเนิดตามหลักฐานที่พอประมวลได้ว่า ในช่วงปี ค.ศ. 1898 ในเทศกาลคานิวัลได้มีการร้องเพลงขึ้นเป็นเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเล่าประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งชาวอาฟริกันอพยพเข้ามายังดินแดนตรินิแดดแห่งนี้ เมื่อนำมาผสมผสานกันทางวัฒนธรรมนานเข้าก็จึงเกิดเป็นรูปแบบของเพลง สมัยก่อนนั้นมีนักร้องเพลงที่เป็นคนมีไหวพริบ การร้องจะเป็นการแต่งเนื้อเพลงสด ๆ และร้องโต้ตอบเชือดเฉือนกันไปมาระหว่างสองฝ่าย ในช่วงแรก ๆ นั้นนักร้องมันจะเป็นชาวสีผิวหรือชาวอาฟริกันที่อพยพมาอยู่ในตรินิแดดส่วนใหญ่ ความสามารถพิเศษของนักร้องคือ จะต้องเป็นคนรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ หูไวตาไวและมีอารมณ์ขัน ฉลาดมีไหวพริบที่ดี ในปัจจุบันนักร้องยังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องเป็นคนสีผิวในตรินิแดดเท่านั้น แต่มาจากคนทุกเชื้อสาย ทุกรูปแบบในตรินิแดด เพลงในยุคต่อ มาเป็นการร้องเพื่อเสียดสีสังคม กลุ่มชนชั้นและนักปกครองการเมือง เป็นการระบายสิ่งที่อัดอยู่ภายในต่อชนชั้นปกครองที่ไม่ยุติธรรม ทว่าปัจจุบันเนื้อหาของเพลงได้ถูกทำให้เป็นไปในด้านที่สวยงามและด้านดีมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนยังตรินิแดด ในปัจจุบันจะได้รับประสบการณ์และความประทับใจในเพลงคาลิปโซ่ กับเสียงเพลงที่มีชีวิตชีวาให้จังหวะด้วยกลองเหล็กที่เร้าใจ